ข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์และข่าวแจ้งสื่อมวลชน
DOHOME บวก 4% ลุ้นกำไร Q2 โตเด่น รับยอดขายเดิม-มาร์จิ้นพุ่ง

DOHOME บวก 4% โบรกชี้กำไรไตรมาส 2/69 เติบโตโดดเด่น รับยอดขายสาขาเดิม SSSG พลิกบวกจากรัฐเร่งเบิกงบ และมาร์จิ้นสูงจากต้นทุนเหล็กต่ำ พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 69 ขึ้น 17%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (14 ก.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME ณ เวลา 14:13 น. อยู่ที่ระดับ 4.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท หรือ 4.17% โดยทำจุดสูงสุดที่ 3.80 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 2.14 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 174.02 ล้านบาท

ทั้งนี้ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ว่าคาดการณ์ผลประกอบการของ DOHOME ในไตรมาส 2/2569 จะเติบโตโดดเด่น โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดว่าจะกลับมาเป็นบวก จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่ง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีอัตราการเบิกจ่ายอยู่ที่ 46.8% ประกอบกับยอดขายจากกลุ่มลูกค้า Back-office ที่ช่วยชดเชยความต้องการซื้อของผู้ใช้งานปลายทาง (End-user) ที่ชะลอตัว
โดยคาดว่า SSSG ในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ราว 2% ขณะที่บริษัทขยายสาขาขนาดใหญ่ (Size XL และ L) เพิ่มเป็น 27 สาขา จาก 24 สาขาในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้คาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะลดลง 3% จากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล
ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากต้นทุนสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะสินค้าเหล็ก รวมถึงการรักษาระดับอัตรากำไรของสินค้า House Brand ที่อยู่ในระดับสูงประมาณ 35% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 19.4% เพิ่มขึ้น 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.8 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษในไตรมาสนี้เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว เนื่องจากความต้องการวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงฤดูฝน และผลบวกจากต้นทุนสินค้าคงคลังต่ำ โดยเฉพาะกลุ่มเหล็ก จะทยอยลดลงตามรอบหมุนเวียนสินค้าคงคลังที่ใช้เวลาประมาณ 60-90 วัน
ทั้งนี้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ DOHOME จะทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยกำไรไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 4/2569 อย่างไรก็ดี ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังยังคาดว่าจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน จากฐานกำไรที่ต่ำในปี 2568 ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนเหล็กและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่ล่าช้า
จากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 โดยปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50 จุดเบสิกพอยต์ (bps) ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2569 เพิ่มขึ้น 17% พร้อมทั้งปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2570 อีก 10 bps จากแนวโน้มการเติบโตของสินค้า House Brand ทำให้ประมาณการกำไรปี 2570 เพิ่มขึ้นอีก 2% ตามลำดับ