News Clippings and IR Press Releases

DOHOME มาตรการเยียวยาต้องเร่ง เพื่อฟื้นฟูภาคใต้


#ทันหุ้น-สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน วันนี้ผมนำบทวิเคราะห์จากทาง บล.หยวนต้า มาเล่าให้ฟังเช่นเคยครับ เป็นบทวิเคราะห์หุ้น DOHOME ซึ่งผมมองว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ ครม. จะประชุมเพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมใหญ่เป็นการพิเศษในสัปดาห์นี้ครับ

ผลประกอบการของ DOHOME ในช่วง 3Q/25 ที่ผ่านมา รายงานกำไรปกติที่ 102 ล้านบาท (-35% QoQ, +32% YoY) ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาด แต่ดีกว่าที่ตลาดคาดราว 15% ผลประกอบการฟื้นตัวเด่น YoY หนุนจาก GPM ที่ดีขึ้นช่วยชดเชยรายได้ที่ชะลอตัวลง ในขณะเดียวกันบริษัทสามารถคุมค่าใช้จ่าย SG&A และดอกเบี้ยจ่ายให้ลดลง YoY รายได้หลักรายงานที่ 6.8 พันล้านบาท (-7% QkoQ, -9% YoY) ลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่รายได้ลดลง YoY สอดคล้องกับรายงาน SSSG ที่ -11% YoY จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอ สภาพอากาศฝนตกมากกว่าปีก่อนไม่เอื้อต่อการก่อสร้าง อีกทั้งมีปัจจัยกดดันเฉพาะตัวเรื่องปัญหาสินค้าเหล็กไม่พอจำหน่ายกระทบไปถึงการสั่งสินค้าประเภทอื่นๆ ของลูกค้ากลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

บริษัทมีการเปิดสาขาขนาดใหญ่ 2 แห่ง ขนาดเล็ก 1 แห่ง ทำให้ ณ สิ้น 3Q/25 สาขาขนาดใหญ่ที่เปิดบริการทั้งสิ้น 26 สาขา และมีสาขาขนาดเล็ก (Dohome ToGo) จำนวน 17 สาขา อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ระดับ 17.7% (-31bps QoQ, +128bps YoY) เพิ่มขึ้นเด่น YoY จากการทำกำไรที่ดีขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กที่ GPM กลับสู่ระดับปกติที่ 10-11% จาก 7% ใน 3Q/24 ค่าใช้จ่าย SG&A รายงานที่ 1.1 พันล้านบาท (-4% QoQ, -3% YoY) และ SG&A/Sales อยู่ที่ 15.6% เพิ่มขึ้นจาก 14.7% ใน 3Q/24 จากต้นทุนคงที่ซึ่งไม่สามารถลดลงตามรายได้ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายสำหรับสาขาใหม่ ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 101 ล้านบาท (-8% QoQ, -32% YoY) สอดคล้องกับการปรับลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการลดลงของภาระหนี้สินกับสถาบันการเงิน

4QTD SSSG ติดลบ 5-7 YoY น้อยลงเมื่อเทียบกับที่อ่อนแอหนักใน 3Q/25 ผลจาก 1. ปัญหาขาดแคลนเหล็กเริ่มคลี่คลายตั้งแต่กลาง 3Q/25 เพราะดีมานด์ที่ชะลอตัวลงในช่วงสั้นจากฝนตกหนัก ประกอบกับปริมาณการผลิตเหล็กในประเทศเพิ่มขึ้นแล้ว และ 2. ยอดขายกลุ่มลูกค้ารับเหมามีทิศทางที่ฟื้นตัว SSSG ทั้งเดือนต.ค.ติดลบเล็กน้อย ตามการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐส่วนในด้าน GPM คาดทรงตัวที่ระดับ +/-18% ดีขึ้นเทียบกับ 16.8% ใน 4Q/24 เป็นปัจจัยหนุนให้กำไรปกติ 4Q/25 เติบโต YoY และเติบโต QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล

กำไรปกติ 9M/25 คิดเป็น 73% ของประมาณการปี 2025 ของเราที่ 687 ล้านบาท (+2% YoY) ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการ 4Q/25 คาดเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ทำให้เราคงประมาณการ

เราคงราคาเหมาะสมที่ 4.50 บาท (อิง WACC 8.6% และ T.G. 1.5%) จากแนวโน้ม SSSG ที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 3Q/25, คาดผลประกอบการจะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ไปอีก 2 ไตรมาส ประกอบกับการเลือกตั้งครั้งใหม่ซึ่งอาจจัดขึ้นช่วง 1H/26 จะเป็นบวกต่อการบริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดซึ่งฐานลูกค้าหลักของบริษัท เราคงคำแนะนำ “ซื้อ

ทางเทคนิค ราคาหุ้นมีโอกาสเกิด Technical Rebound จากสัญญาณขัดแย้งเชิงบวกกับ RSI และ MACD ในกราฟรายวัน โดยมีแนวต้านแรกที่ 4.04 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 4.40 บาท ส่วนจุดตัดขาดทุนอยู่ที่ 3.68 บาท

สุดท้ายนี้ ขอให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในทุกสินทรัพย์ลงทุนนะครับ แล้วพบกันกับบทความดีๆจากทาง บล. หยวนต้า ในสัปดาห์หน้าครับ

ณัฐพล คำถาเครือ

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์

บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

ที่มา : www.thunhoon.com